ชายหนุ่มอายุ18ปี วัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ขณะกำลังรอเข้ารั้วมหาวิทยาลัย กำลังสับสนวุ่นวายในจุดหนึ่งของความรู้สึกของความสัมพันธ์ที่ดูเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไปแต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาคนนี้ เรื่องที่ว่าคือ ความสัมพันธ์กับแฟนหญิงที่ไม่แน่ใจว่ารักกับอีกคนที่พึ่งพบแต่อยากนักจะทักทาย

 
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทุกสิ่ง การขาดความมั่นใจของเขาดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ยั่งยืน แต่การมีผู้ช่วยหรือเพียงผู้รับฟังก็หาได้เป็นสิ่งเลวร้ายอะไร
ยิ่งในยุคนี้โทรศัพท์อยู่ใกล้มือกว่าหัวใจเราเสียอีก จะเป็นไรไปถ้าหนึ่งใน 9 สายอาจเป็นคำตอบของคำถามแห่งความรู้สึกทั้งสาม รัก,เบื่อ และตื่นเต้น 
 
ความรู้สึกผิดและความรู้สึกถูก ตามค่านิยมที่เด็กหนุ่มนายนี้ยึดถือกำลังยำกันแหลกในค่านิยมที่เรียกว่า ความแฟร์ 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
สายที่1"แม่"
ผู้กำลังย่างเข้าสู่เลข6ในอีกสี่ปีข้างหน้า ผู้มีความเป็นครูอยู่ในตัวสมกับอาชีพที่เคยทำ เคยหย่ามาแล้วหนึ่งครั้งอย่างไม่ตั้งใจ และแต่งงานใหม่กับความตั้งใจที่ไม่ต้องการ สถานะของหัวใจอาจเรียกได้ว่าปลงกับความรักของชาย-หญิง
 
 
 
" อย่างที่ลูกเล่ามา แน่นอนในช่วงแรกที่คบกับแฟนมันเป็นความอยากรู้อยากลอง ลูกอาจจะฝืนทำทุกอย่างมาบ้าง ความกังวลว่าแฟนจะไม่ให้ใจลูกเหมือนที่ลูกให้ใจเขาไป ลูกก็เคยเล่าให้ฟังนิว่าตอนนั้นมันทรมานนะ อย่างที่ลูกนิยามไว้ตามชื่อเพลง "รักเราไม่เท่ากัน" พอคบกันมาสักพักมันก็ดีขึ้น เวลาผ่านไปเป็นปีหลายสิ่งที่อาจเข้ากันไม่ได้อาจทำให้ลูกไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง แต่ถ้าจะให้เลิกลากันไป ลูกก็คงไม่กล้าทำเพราะลูกก็รู้ัสึกผิดในหลายสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับเขา ยิ่งไปกว่านั้น การที่ลูกมาเจอผู้หญิงอีกคนและรู้สึกชอบ อาจคุยกันถูกคอในหลายเรื่อง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการลาจากคนเดิมเพื่อหาโอกาสเริ่มต้นกับใครคนใหม่ เพราะมันอาจเป็นเพียงความรู้สึกตื่นเต้นในตอนนี้ผสมกับความอิ่มตัวของลูกที่มีต่อแฟน และมันก็ทำให้ตัวลูกเองดูไม่ดีด้วย กลายเป็นคนโลเลในสายตาแฟนและผู้หญิงที่ลูกพึ่งเจอ ผู้หญิงคนนั้นก็จะกลายเป็นดูไม่ดีทั้งๆที่เธอไม่ได้ต้องการสิ่งนี้เลย ที่สำคัญลูกก็บอกแม่เองว่าถ้าทำอย่างนั้นลูกจะรู้สึกผิดกับตัวเอง มันลดคุณค่าในค่านิยมที่ลูกยึดถือ "ความแฟร์" ในตอนนี้ลูกก็คบกับแฟนต่อไป และปฏิบัติกับผู้หญิงคนนั้นอย่างเพื่อนก็พอ ยังไงก็ตาม ถ้ามันจะใช่มันก็ต้องใช่ ให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ อย่าคิดมากนะลูก "
 
 

edit @ 22 Apr 2017 00:14:52 by Thamtree

Comment

Comment:

Tweet